ครรภ์หรรษา
เป็นไมเกรน
ก็ไม่รู้หรอกว่าจะใช่ไมเกรนจริงหรือเปล่า ไปหาหมออายุรกรรมมา
แล้วหมออายุฯก็ไม่ใช่หมอศัลย์ฯเลยได้ผ่าสมองดูเสียสิด้วยว่า
ที่ปวดหัวจะเป็นจะตายมาร่วมอาทิตย์นี้ มันเป็นเพราะเส้นเลือดผิดปกติที่ตรงไหน
รู้แต่ว่าปวดหัวตั้งแต่หว่างคิ้วยาวเรื่อยไปจนถึงกกหู ปวดข้างซ้ายข้างเดียว
เอามือกดเป็นจุดๆตรงเหนือหูและบริเวณเคียงใกล้ก็จะยิ่งปวดหนัก
บางคืนทนไม่ไหวต้องไปเอาน้ำแข็งมาโปะ โปะแล้วก็จะได้ความรู้สึกมึนๆชาๆ
แต่พอหายชาก็ปวดอีก ทนไม่กินยาอยู่นาน 3 วันจึงไปหาหมอ
หมอเจาะเลือดดูอาการเส้นเลือดในสมองอักเสบ...ไม่พบ
หมอตรวจหาเนื้องอกในสมอง...ไม่เจอ
ไปหาหมอตานึกว่าสายตาจะสั้นเอียงยาว ก็ปรากฏว่าสั้นแค่ 50 เท่านั้น
คุณหมอเพื่อนร่วมคลาสโยคะจึงสรุปแบบเดาสุ่มนิดนึงว่า ก็น่าจะเป็นไมเกรนนะคะน้องนิ่ม
หมอจ่ายยาที่คนท้องกินได้มาให้ ปรากฏว่ากินไปสามมื้อ...ไม่หายค่ะ
เคยปวดมาอย่างไร ก็ยังปวดอยู่อย่างนั้น
ยามทนไม่ไหวจริงๆก็ใช้วิธีเอายาหม่องนวด ไม่มีใครนวดให้ก็นอนนวดเอง
นวดเสร็จให้ความรู้สึกดีขึ้นมาก เหมือนที่ปวดนั่นเป็นเพราะเลือดในเส้นมันเดินไม่คล่อง
พอเอานิ้วกดนวดเข้าหน่อย เลือดก็ขยับขยายคลายตัว
ที่พูดนี่คิดเอาเองทั้งนั้นแหล่ะและมันก็หายได้เพียงชั่วยาม
ไม่รู้จะไปหาหมอที่ไหนอีก เพราะคุณหมอที่ปรึกษาก็จัดว่าแน่ในจังหวัด
หมอนิ่มจึงต้องจัดการตัวเองก่อนที่จะมีโอกาสได้ขึ้นกรุงเทพฯ
ขั้นต้นก็ลดอัตราความเสี่ยง-เลี่ยงสิ่งเร้า
คืออย่าร้อน อย่าเครียด อย่านอนดึกและอย่าใช้สายตามาก
ทุกวันนี้ก็เซ็น"ใบอย่า" กับวิถีไม่พึงประสงค์เหล่านี้หมดแล้ว
อย่ามานานแล้ว
ทีนี้มันก็เหลืออยู่เพียงสมมติฐานเดียว สมมติฐานที่นำมาอ้างอิงได้ทุกสถานการณ์อย่างที่บอก
นั่นก็คือ...เป็นไมเกรนเพราะท้อง เพราะเจ้าฮอร์โมนที่ถาโถมอยู่ในขณะนี้นั่นเอง
ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพราะอะไรซะอีกล่ะ อยู่มาสามสิบปีไม่เคยสัมผัสโรคไมเกรน
นึกจะมาเป็นเอาตอนที่มันแพ้ท้องนี่แหล่ะนะ
นี่ถ้าสามารถฉีดยาเข้าเส้นเลือดที่สมองได้โดยไม่อันตราย อิแม่คงทำไปแล้ว
ก็มันปวดจริงๆ
เมื่อกินยาไม่หายก็พยายามผ่อนคลายด้วยวิธีอื่น
ว่าจะโยคะเองที่บ้านแบบเบาๆ แต่ภาวะคลื่นไส้ก็ยังอยู่
ก้มเงยเอียงซ้ายขวาหน้าหลังมากๆก็อยากอ้วก
จะนั่งวิปัสสนา..ได้ห้านาทีสิบนาทีก็ง่วงหง็อยผล็อยหลับ
แต่หลังจากลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกว่าโลกน่าอยู่ขึ้นนิดหน่อย
จะนั่งเขียนอะไรเล่นๆ แต่อาการปวดหัวมันก็ทำให้ความคิดแล่นไม่ไวเท่าใจอยาก
เหลือก็แต่นั่งทอดอาลัยให้อาหารปลา และก็หาอะไรทำเพลินๆ
เวลาที่พูดว่าทำเพลินๆ ฉันก็คิดออกอยู่เพียงไม่กี่อย่าง
และหนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้น...วาดรูประบายสี :)

ขี้เกียจหาจานสีมาใส่สีน้ำเลยขโมยสีเค้กของลูกมาใช้ ระบายเสร็จถึงค่อยรู้ว่า...
วันหลังจงอย่าได้ขี้เกียจอีกเลย (ฮ่าๆๆ)
นอกจากตัวเองแล้ว ปีนี้ฉันยังมีคนท้องเป็นเพื่อนอีกเยอะแยะ
ในไดฯกำหนดคลอดเรียงรายกันไปก็มีแม่น้องธรรม์ คุณแน็ท คุณลิต้า
ในบรรดาคนมีชื่อเสียงก็มีหน่อย-บุษกร แหม่ม-แคทลียา ดาว-พอฤทัย
(เอามาพูดถึงไปงั้น เห็นเขาสวยๆเผื่อจะเหมาว่าเราก็เป็นแม่สวยด้วย :P)
ในตลาดที่ฉันไปซื้อหาของสดของแห้ง ก็มีแม่ค้าวัยใกล้กันสองคน
สองคนนี้กับฉันเหมือนนัดกันมา
เพราะเธอคนหนึ่งลูกสาวคนโตเรียนห้องเดียวกับลูกชายฉัน
มาท้องนี้เธอก็ท้องก่อนฉันเดือนหนึ่ง
ส่วนอีกคนลูกชายคนที่สองเกิดก่อนลูกชายฉันหนึ่งวัน
ท้องนี้เราก็น่าจะคลอดใกล้ๆกันอีก
แต่ที่ทำให้อยากวาดรูปนี้มากที่สุดเห็นจะเป็นเพื่อนกลุ่ม
คนหนึ่งกำหนดคลอดก่อนฉันสองอาทิตย์
ส่วนอีกคนเพิ่งตรวจพบว่าท้องสองเมื่อไม่กี่วันมานี้
นี่ยังไม่นับเพื่อนร่วมรุ่นที่สนิทกันอีกสองคน ที่ปล่อยให้ตัวเองท้องลูกอีกคนในปีนี้แล้วด้วย
โอ้...อุ่นหนาฝาคั่งดีจริงๆเลย
ภาพๆนี้จึงให้ชื่ออื่นใดไปไม่ได้นอกจาก...(นู้ด)ครรภ์หรรษา :)
...
ท้องสองนี่ร่างกายฉันทรุดโทรมลงกว่าท้องแรกมาก ไม่รู้ว่าเพราะแพ้ท้อง
หรือเพราะเราแก่ตัวลงกันแน่ เห็นตัวเองเป็นโน่นเป็นนี่มากๆเข้า ฉันก็ตั้งปณิธานไว้เลย
คลอดเสร็จ แผลหายดีเรียบร้อย จะต้องรีบกลับมาออกกำลังกายโดยด่วน
และจะต้องทำจริงจังสม่ำเสมอไปจนกว่าจะไม่มีแรงออกเลยโน่น
ยามที่ร่างกายเราแข็งแรงดีเราจะไม่มีวันรู้เลยว่า นั่นเป็นลาภอันประเสริฐที่สุดแล้ว
ทั้งแพ้ท้องทั้งปวดหัว ทำให้ชีวิตต้องเดินช้าลงไปกว่าที่คาดการณ์เอาไว้
ไม่ชอบใจนักหรอก ไม่ชอบที่วันๆทำอะไรได้น้อยเต็มที
ควรจะทำงานเสร็จไปสามอย่าง ก็เหลือเพียงครึ่ง
ควรจะพาลูกไปเล่น ไปเที่ยว ไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์
ก็ได้แต่เดินไปเดินมารอบๆบ้าน ยิ่งสองสามวันมานี่เจ้าลูกชายป่วย ท้องเสียและไข้ขึ้น
ทั้งแม่ทั้งลูกเลยได้แต่ปูเสื่อที่สนามหญ้าหลังบ้าน แล้วก็นอนมองดูสรรพสิ่งบนฟ้า
ถ้ามีเมฆ..เจ้าลูกชายคงบรรยายได้เป็นเรื่องเป็นราว
แต่ฤดูกาลนี้ท้องฟ้ายามเย็นช่างใสกระจ่าง สิ่งที่เราเห็นจึงมีเพียงเครื่องบินที่นานๆมาที
และบรรดานกน้อยนกใหญ่ที่บินต่ำบินสูง
ยามฟ้าขาดนก ลูกชายก็ขอให้ฉันเขียนตัวอักษรในอากาศ
กำลังอยู่ในวัยหัดเขียน ว่างเมื่อไร ต้องขอให้แม่สะกดให้เมื่อนั้น
เขียนเป็นชื่อเรื่องการ์ตูนบ้าง เป็นเพลงบ้าง แล้วเราก้นอนร้องเพลงกัน
ถึงจะไม่ใช่ชีวิตที่เจ้าตัวอย่างฉันจะอภิรมย์สมชื่น
แต่บางครั้งความช้า...ก็ทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น
พูดแล้วก็นึกถึงโคลงกลอนบทนี้ขึ้นมา Slow Dance โดย David L. Weatherford
When you run so fast to get somewhere,
you miss half the fun of getting there.
When you worry and hurry through your day,
it's like an unopened gift thrown away.
Life isn't a race, so take it slower,
hear the music before your song is over.
เผื่อใครที่กำลังวิ่งอยู่ นึกอยากเดินช้าลงเหมือนคนท้องบ้าง :)
***คุยแต่เรื่องท้องๆเนอะ เบื่อกันรึยัง...อิแม่เริ่มเบื่อตัวเองแล้วววว
You're not that old la, probably from having morning sickness ka (I'm still hoping that k.Namwan's theory will come true for you na).
^__^
ว่าแต่ ทำไมคนขวาสุด ถึงได้มีนมเยี่ยงนั้น
ฮ่าๆๆ
นอนพักเยอะๆ นะค่ะแม่นิ่ม ...
ไม่เบื่อค่ะไม่เบื่อ ถึงแม้นานๆ จะเข้ามาแวะไดที แฮ่ ....
รูปที่วาดสวยดีจัง
ยังไงขอให้อาการปวดหัวหายเร็วๆนะคะ
ขอเป็นกำลังใจให้อาการดีขึ้นเร็วๆนะคะ ^^v
อิอิ
ขอให้หายไวๆนะคะ
อยากเห็นหน้าน้องในท้องแล้ว
เอ๊ะ ยังไง ^^"
-_-"
สู้วๆๆๆค่า
เด๋วนุกจะก๊อปซีดีธรรมะของ ท่านว. ส่งไปให้ค่ะ
จะได้มีอะไรทำเพลินๆ อาจจะหายปวดหัวก็ได้นะคะ ;)
สู้ๆๆค่ะ
นี่ยังแพ้อยู่อีกเหรอคะเนี่ย..
พอลูก ๆ โตก็ตั้งแก๊งส์ค่ะ
คลอดออกมาล็อตนี้
สงสัยจะตั้งทีมอเมริกันฟุตบอลได้เลยนะครับเนี่ย
ปล.สู้ๆ นะคะ ไม่เบื่อเรื่องท้องเลยค่ะ ^^
ตอนเพื่อนท้อง (อ้างเพ่ือนตลอดเพราะตัวเองไม่มีประสบการณ์ ฮี่ๆๆ) ก็บ่นปวดหัวค่ะ มันเป็นอาการของคนท้องรึป่าวคะ อันนี้ไม่แน่ใจ แต่ว่า ของเพื่อนนี่ เป็นอยู่ช่วงนึงหายค่ะ
ปล หน่อยกะแหม่มก็ท้องแล้วเหรอคะ สงสัยต้องไปอัพเดทข่าวซะแล้ว อิอิ
จริงๆตอนท้องนี่ก็ออกกำลังกายได้นะจ๊ะ เลือก กีฬาที่มันปลอดภัย หน่อย หน่ะ
ลองปฏิบัติธรรมช่วยไหมคะ ไม่เครียด ฮอร์โมนไม่พุ่ง อาจจะปวดหัวน้อยลง
:)
เข้าใจถูกแล้วว่าเพราะฮอร์โมน ช่วงปจด.มาเราจะต้องเตรียมตัวรับมือกับไมเกรนไว้เลย ไม่วันแรกก็วันสุดท้ายของรอบเดือนมันจะมาแน่ๆ แถมตัวกระตุ้นไมเกรนมีเยอะมาก เพราะไมเกรนจะทำให้ประสาททุกอย่าง sensitive ขึ้นด้วย
1. แสง หลีกเลี่ยงแสงจ้าทุกชนิด ถ้าอยากดีขึ้นจริงๆให้ไปนอนในห้องมืดๆ
2. อุณหภูมิ เป็นไมเกรนแล้วต้องอยู่ในที่เย็นเท่านั้น อยู่ในที่ร้อนๆจะแย่ ยิ่งถ้าวิ่งเข้าวิ่งออกห้องแอร์สลับกับแดดแรงๆล่ะก็ อย่าให้เซด
3. จมูกจะไวขึ้น กลิ่นฉุนจะทำให้ยิ่งปวดหัว
4. อาหาร งดเว้นอาหารหมักทุกชนิด รวมไปถึงไวน์ ชีส ฯลฯ
อันนี้ไม่รู้จริงมั้ย แต่กาแฟช่วยเรา(และแม่)ได้เสมอ เวลาเป็นไมเกรน ส่วนนวดก็ช่วยได้ เพราะไมเกรนเกิดจากการบีบตัว(หรือเกร็งตัวหรือหดตัว)ของหลอดเลือด ส่วนวิธีรักษาที่ดีที่สุดคือกินยาแก้ปวดภายในครึ่งชั่วโมงแรกที่เป็น(หรือรู้สึกว่ามันกำลังมา) แค่พาราสองเม็ดก็พอถมถืด
แต่ความน่ากลัวของไมเกรนคือ ถ้าปล่อยให้ปวดยืดเยื้อเกินชั่วโมงครึ่งไปแล้ว มันมีแต่จะปวดมากขึ้น และกินยาเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหาย ต้องรอสามสี่วัน(หรือเป็นอาทิตย์)ให้มันสงบลงเอง
อยากวาดได้แบบนี้บ้าง ><"
ตามเม้นเรื่องไมเกรนเข้ามา
หวายก็เป็นบ่อย
น่าเบื่อมาาาาาาก
><"
คงจะเป็นเพราะฮอโมน นั่นแหละ
รู้หรือยังว่า ยายหนู หรือ ตาหนู